ข่าวประชาสัมพันธ์

ทอท. เดินหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยาน แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1

เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคนต่อปี
เสริมศักยภาพเมืองชายรายสู่ศูนย์กลางการบินและศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับสากล

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2568 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เดินหน้าจัดกิจกรรมสัมมนาประชาสัมพันธ์ ครั้งที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 (โครงการฯ) เพื่อนำเสนอข้อมูล วัตถุประสงค์ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาโครงการฯ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการดำเนินโครงการฯ โดยงานสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้น ณ ห้องยูโทเปีย 2 โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 09.00 -12.00 น. ซึ่ง ทอท. ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซี.อาร์.เอ. ในการสำรวจและออกแบบโครงการให้มีความสมบูรณ์เป็นไปตามเป้าประสงค์และแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานสัมมนา และมีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่างๆ กว่า 100 ท่าน ประกอบด้วย หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงราย เป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย เป็นเมืองแห่งขุนเขา มีอากาศบริสุทธิ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งความสวยงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ วิถีถิ่นของชาติพันธุ์ ความอ่อนโยนเป็นมิตรของผู้คนในชุมชน ตลอดจนมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวก ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ปัจจัยเหล่านี้ เป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในเชียงรายเพิ่มมากขึ้น โครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 ถือเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าอากาศยานและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจท้องถิ่น เพิ่มศักยภาพให้กับจังหวัดเชียงรายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”

นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทอท. เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์ กลางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานหลักอย่างต่อเนื่อง และมีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ ทอท. เร่งผลักดันให้สำเร็จเป็นรูปธรรม

ปัจจุบัน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปี ที่ผ่านมามีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ก่อนที่จะลดลงเนื่องจากสถาน การณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หลังจากอุตสาหกรรมการบินฟื้นตัว ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางผ่านท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น ทอท. จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซี.อาร์.เอ. ดำเนินงานสำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งทางอากาศ รองรับการขยายตัวของผู้โดยสารและจำนวนเที่ยวบินที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคตการดำเนินโครงการฯ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มงาน คือ งานเขตการบิน งานอาคารผู้โดยสารและอาคารสนับสนุน และงานระบบสนับสนุนท่าอากาศยาน

ทั้งนี้ เมื่อการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 ดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับผู้โดยสาร จากเดิม 3 ล้านคนต่อปี เป็น 6 ล้านคนต่อปี โดยมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิม การเพิ่มหลุมจอดอากาศยานแบบประชิดอาคารอีก 9 หลุมจอด รวมทั้งการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและการจราจรภายในท่าอากาศยานให้การเดินทางเข้าถึงง่ายสะดวกสบาย และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของสนามบินตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารโดยรวมได้ 6 ล้านคนต่อปี เป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในด้านอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของประเทศในด้านต่างๆ ตามนโยบายของรัฐ”

งานสัมมนาประชาสัมพันธ์ฯ ในครั้งนี้ เป็นการมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการฯ โดย ทอท. และกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซี.อาร์.เอ. จะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประกอบการสำรวจและออกแบบโครงการให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติสูงสุดต่อไป

Similar Posts